AIDA คืออะไร? รู้ไว้สร้างยอดขาย “รวย 1,000 ล้าน”

AIDA คืออะไร ? รู้ไว้สร้างยอดขาย “รวย 1,000 ล้าน

AIDA คืออะไร แบรนด์ชั้นนำของโลกมักจะขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์บางอย่างเสมอ เพราะการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจครีมและเครื่องสำอางให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายหรือ ‘ติดตลาด’ นั้นเป็นสิ่งท้าทายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้ปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะ AIDA ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ต่างๆ มากมาย ซึ่งบทความนี้เราก็จะพาคุณมารู้จักกับ AIDA เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน สม่ำเสมอ ในระยะยาว ไปดูกันเลยว่าเป็นอย่างไร

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านเลย สารอันตรายในเครื่องสำอาง เช็คด่วน 4 สารต้องห้าม ก่อนหน้าพัง

AIDA คืออะไร

ไอด้า (AIDA) เป็นโมเดลการตลาด (marketing model) ที่ใช้ในแวดวงโฆษณาและประชาสัมพันธ์ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ (brand awareness) หรือทำให้แบรนด์สินค้าประเภทต่างๆ สามารถเข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคได้นั่นเอง หลักการทำงานของ AIDA นั้นไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากการลำดับขั้นความสำคัญของเทคนิคในการจูงใจกลุ่มเป้าหมายให้เกิดความสนใจในตัวแบรนด์ เพื่อแปรเปลี่ยนสถานะกลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าในท้ายที่สุด โดย AIDA ประกอบด้วยอักษรภาษาอังกฤษสี่ตัวแรกของคีย์เวิร์ดดังต่อไปนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านเลย ปิดการขาย 3 วิธี ที่มือโปรชอบใช้ ขายดีถล่มทลาย ภายใน 5 นาที 

aida

A-Attention หมายถึง เทคนิคในการดึงดูดความสนใจ

ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดออนไลน์หรือออฟไลน์ การดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายให้อยู่หมัดเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จด้านยอดขาย โดยเฉพาะปัจจุบันที่ตลาดครีมและเครื่องสำอางมีการแข่งขันสูง เจ้าของแบรนด์จึงต้องออกแบบวิธีการขายและบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้ ‘เตะตา’ กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่แรกเห็น โดยอาจใช้เทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูป กลิ่น เสียง ดึงดูดสัมผัส หรือโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม หรือรูปแบบการขายอื่นๆ ที่ช่วยจูงใจให้คนหันมาสนใจสินค้า การตลาดแบบไวรัลก็เรียกได้ว่าเป็นการดึงดูดความสนใจรูปแบบหนึ่ง

I-Interest หมายถึง เทคนิคสร้างความสนใจใคร่รู้

หลังจากที่สามารถ ‘หยุด’ ผู้คนให้หันมาเห็นสินค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่โมเดล AIDA เสนอไว้คือการสร้างความรู้สึกสนใจใคร่รู้ของกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นต่อสินค้า นั่นหมายถึงความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า ว่าทำมาจากอะไร มีส่วนผสมของอะไร ผลิตที่ไหน มีสรรพคุณอย่างไร หรือราคาเท่าไหร่ ขั้นตอนนี้นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเป็นสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายจะใช้ตัดสินใจว่าจะ ‘ไปต่อ’ กับสินค้าชิ้นนี้หรือ ‘หันหลังกลับ’ ฉะนั้น ขั้นตอนนี้จึงต้องเล่นกับจิตวิทยาค่อนข้างสูง โดยนอกจากคำว่า ‘Interest’ จะแปลว่าความสนใจแล้ว คำๆ นี้จะหมายถึง ‘ผลประโยชน์’ อีกด้วย ฉะนั้น หากเจ้าของแบรนด์สามารถชี้ให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักว่าพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์จากการซื้อสินค้าของคุณมากกว่าการจากไปโดยไม่ซื้อ ก็จะช่วยตรึงลูกค้าไว้ได้อย่างอยู่หมัด

D-Desire หมายถึง ความต้องการ

ภายหลังที่เจ้าของแบรนด์สามารถดึงดูดความสนใจและตรึงกลุ่มเป้าหมายไว้กับสินค้าได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างความต้องการสินค้าดังกล่าว เช่น หลังจากที่โฆษณาสรรพคุณและความพิเศษของครีมแล้ว คุณก็อาจจะแจกสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้านำกลับไปใช้ที่บ้าน พร้อมกับแนบช่องทางติดต่อไปด้วย ที่สำคัญคืออาจมอบของรางวัลพิเศษให้หากลูกค้านำสินค้าดังกล่าวไปรีวิวใน Facebook หรือลง YouTube เพื่อสร้างกระแสปากต่อปากให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ขั้นตอนดังกล่าวจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความต้องการสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น เนื่องจากได้ประจักษ์ชัดแล้วว่าพวกเขาสามารถได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้ามากกว่าการไม่ซื้อนั่นเอง

A-Action หมายถึง การลงมือปฏิบัติ

ความสำเร็จทั้งมวลย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรก ไม่มีงานใดที่สำเร็จโดยปราศจากการลงมือปฏิบัติ หลังจากที่วางกลยุทธ์ในการโฆษณาและทำการตลาดแบรนด์สินค้าของคุณตามหลัก AIDA แล้ว สิ่งสำคัญคือการกล้าที่จะลองผิดลองถูกด้วยตนเอง การทำธุรกิจนั้นไม่มีสูตรสำเร็จใดที่ตายตัว มีเพียงหลักการที่สามารถใช้เป็นแนวทางหรือคู่มือในการแก้ไขปัญหาเท่านั้น สิ่งสำคัญคือประสบการณ์และการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพราะในความเป็นจริง แผนที่วางไว้อย่างการใช้พรีเซ็นเตอร์เรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอาจไม่ได้ผลเท่ากับที่คาดไว้ก็ได้ ซึ่งคุณสามารถนำข้อบกพร่องดังกล่าวมาแก้ไขปรับปรุงแนวทางการส่งเสริมการขายให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของแบรนด์ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และต้องปรับตัวตลอดเวลาจึงจะสำเร็จ

โมเดลโฆษณาแบบ AIDA เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่เป็นแนวคิดพื้นฐาน (base idea) ของเอเยนซี่โฆษณาทั่วโลกใช้จุดตั้งต้นในการออกแคมเปญต่างๆ มาเพื่อสร้างความนิยมแก่แบรนด์ต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักและสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจของกลุ่มเป้าหมายได้ในท้ายที่สุด ซึ่งก็มีแบรนด์จำนวนไม่น้อยที่สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างถล่มถลายมากถึงพันล้าน โดยใช้แคมเปญต่างๆ ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของโมเดล AIDA

คุณเองก็สามารถเป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน หากนำหลัก AIDA มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับแบรนด์ของตนเอง โดยเฉพาะการสร้างจุดเด่นและความแตกต่างให้กับสินค้า แต่ห้ามละเลยคุณภาพเป็นอันขาด เพราะผลิตภัณฑ์ครีมและเครื่องสำอางจะสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน ยาวนาน และมีอัตราการเจริญเติบโตไปได้เรื่อยๆ นั้นจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าในระดับ มีกระแสบอกกันปากต่อปาก และที่สำคัญคือสามารถให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยไม่หลอกลวงผู้บริโภคด้วยคำโฆษณาเกินจริงนั่นเอง

แม้เราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับกลยุทธ์ในการทำการตลาดอย่าง AIDA ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานที่หลายแบรนด์เครื่องสำอางทั่วโลกนำไปปรับใช้จนประสบความสำเร็จ แต่อย่าลืมว่ากุญแจสำคัญก็คือ การเลือกเทคนิคที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์นั้นๆ และไม่มีสิ่งใดที่จะสำคัญไปกว่า A-Action หรือการลงมือปฏิบัติจริงนั่นเอง

อัพเดทล่าสุดเมือ

Add Comment