เตือน 5 วิธีทำ ธุรกิจเจ๊งแน่ถ้าคุณยังไม่แก้ข้อผิดพลาด เหล่านี้


ธุรกิจเจ๊งแน่ถ้าคุณยังไม่แก้ข้อผิดพลาดเหล่านี้


ธุรกิจเจ๊งแน่ถ้าคุณยังไม่แก้ข้อผิดพลาด  เหล่านี้ การสร้างแบรนด์สินค้าให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทั้งความอดทนอดกลั้น ความบากบั่นพยายาม และประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง หลายคนล้มเหลวจากการสร้างธุรกิจแต่กลับโทษนั่นโทษนี่โดยไม่ได้พิจารณาต้นตอสาเหตุของความล้มเหลวโดยละเอียด เพราะไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว ทุกอย่างมีเหตุผลของมันเสมอ หากคุณเป็นคนที่กำลังมองหาลู่ทางในการสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง หรือเป็นเจ้าของกิจการที่กำลังหาความรู้ วันนี้เรามีทริคที่จะช่วยให้คุณสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบาก และประคับประคองธุรกิจของคุณไปได้ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่เจ๊งลงกลางคัน ด้วยการแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ดังนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ Packaging หัวใจสำคัญในการสร้างแบรนด์

ธุรกิจ

  1. ไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

คุณไม่มีวันขายของได้ประสบความสำเร็จ หากไม่สามารถตอบตนเองได้ว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร คนแบบไหน วัยไหน ระดับเงินเดือนเท่าไหร่ที่จะมาซื้อสินค้าของคุณ การเข้าใจพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยและวิธีคิดของกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความสำเร็จ หากคุณสามารถจับจุดได้ว่ากลุ่มเป้าหมายจะชอบซื้อสินค้าประเภทไหน หรือแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าของคุณเวลาใด ก็จะช่วยสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่อไป

  1. ไม่รู้จักการทำการตลาด

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในปัจจุบันคือสินค้าที่ดี แม้ว่าผลิตขึ้นมาด้วยกระบวนการประณีตและใช้วัสดุที่มีคุณค่าสูง แต่หากไม่ทำการตลาดเลย ก็เป็นไปได้ยากที่ของดีจะสามารถขายตนเองได้ ด้วยเหตุนี้ การทำการตลาดไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์จึงมีความสำคัญต่อยอดขายสินค้าเป็นอย่างมาก หากคุณไม่รู้ว่าจะทำการตลาดอย่างไร วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการหัดสังเกตพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ที่ทำการตลาดเก่ง ๆ คุณจะได้ซึมซับวิธีในการเรียกลูกค้าของพวกเขาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาในการประชาสัมพันธ์สินค้า รูปแบบการโฆษณา ตลอดจนการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างไรให้หันมาสนใจสินค้าที่ต้องการเสนอขาย การสังเกตจะช่วยให้คุณสามารถครูพักลักจำมาปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้ เพราะปัจจุบันธุรกิจที่อยู่ได้โดยไม่ทำการตลาดเลย ก็คือธุรกิจที่เตรียมตัวรอวันเจ๊งได้เลย

  1. บริหารอย่างไม่เป็นมืออาชีพ

การบริหารธุรกิจนั้นไม่ใช่การเล่นขายของ เจ้าของร้านไม่สามารถอินดี้ได้เหมือนกับการเล่นเกมขายของในสมาร์ทโฟนที่คิดจะขายก็ขาย ไม่ขายก็ไม่ขาย เพราะการวางแผนและโมเดลธุรกิจที่ดีเป็นมืออาชีพนั้นเปรียบได้ดั่งห่วงยางที่จะช่วยกู้ชีพธุรกิจของคุณให้รอดพ้นจากการเจ๊งในยามคับขันนั่นเอง คุณควรจะต้องรู้ว่าควรสต็อกสินค่าเท่าไหร่ ต้องบริหารจัดการ Feedback จากลูกค้าอย่างไร ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน เจ้าของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นย่อมต้องมีภาวะผู้นำ รู้จักการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างสุขุมใจเย็น และที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใดคือให้ความสำคัญกับการใส่ใจบริการลูกค้าสูงสุด ไม่ว่าลูกค้าจะมากเรื่องอย่างไร อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนที่ซื้อสินค้าของคุณ และความประทับใจของเขาก็ย่อมส่งผลดีต่อการทำการตลาดสินค้าของคุณด้วยเช่นกัน

  1. ขายแต่สินค้าเดิม ๆ ไม่ยอมแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ

กับดักหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญคือความเคยชินกับการขายสินค้าเดิม ๆ เนื่องจากมีความรู้ความเข้าใจในสินค้าประเภทนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง แทบจะเรียกได้ว่าปิดตาก็บอกได้ว่าสินค้าชิ้นนี้มีสรรพคุณอะไร ราคาเท่าไหร่ ทัศนคติเช่นนี้ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งต้องล้มละลายมาแล้ว อาทิ บริษัทฟิล์มโกดักที่ถนัดแต่การทำฟิลม์ให้กับกล้องถ่ายรูปโดยไม่ลองแตกไลน์การผลิตใหม่ ๆ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับกล้องดิจิทัล ในกรณีเดียวกัน หากคุณขายแต่เครื่องสำอางประเภทหนึ่งโดยไม่ได้วางแผนหาสินค้าชนิดอื่นมาเพิ่มเติมเลยก็ไม่ต่างจากการลงทุนใส่ไข่ลงไปในตะกร้าใบเดียว โดยที่ตะกร้าใบนั้นจะตกแตกทำให้คุณสูญเสียไข่ทั้งหมดเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลองผลิตสูตรอาหารเสริมแบบใหม่หรือลองนำเครื่องสำอางแบบใหม่ ๆ มาขายก็จะเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจของคุณมีความมั่นคงมากขึ้นนั่นเอง

  1. ปฏิเสธเทคโนโลยี

นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับร้านโชห่วยและร้านค้าที่เปิดทำการมาหลายสิบปีโดยที่ไม่ได้มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเทรนด์ปัจจุบันที่คนจำนวนมากนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องใช้ภายในบ้านอื่น ๆ แม้กระทั่งวัสดุก่อสร้างก็มีบริการส่งถึงที่ ทำให้ร้านออฟไลน์ที่ไม่ยอมปรับตัวเข้าแข่งขันในสมรภูมิออนไลน์ต้องค่อย ๆ ทยอยปิดตัวลงเนื่องจากออร์เดอร์ลดน้อยลงไป ด้วยเหตุนี้ หากคุณคิดจะทำธุรกิจหรือสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง การเชื่อมโลกออฟไลน์เข้ากับออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก คุณอาจจะมีหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าได้แวะเวียนเข้ามาดูตัวอย่างสินค้า แต่ในแพลตฟอร์มออนไลน์คุณก็ต้องทุ่มเทให้ความสำคัญกับการสร้างร้านค้าออนไลน์ให้น่าประทับใจ มีเว็บไซต์ของตัวเอง ตลอดจนข้อมูลติดต่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ รวมถึงให้ความสำคัญกับการทำ Search Engine Optimization เพื่อทำอันดับการค้นหาร้านของคุณใน Google ให้สูงมากขึ้นด้วย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ ตัวแทนจำหน่าย ดูแลอย่างไรให้ได้ใจ


ทริคในการทำธุรกิจอย่างไรไม่ให้เจ๊งที่บทความนี้แนะนำมานั้น หากพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่าแต่ละข้อต่างมีธีมร่วมกันนั่นก็คือการหมั่นปรับเปลี่ยนตนเองให้กับเข้าเทรนด์ตลอดเวลา ร้านค้าที่ไม่ยอมปรับตัวเองให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสอย่างมากที่จะสูญเสียยอดขายไปให้กับร้านค้าที่สามารถเกาะเทรนด์และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ดีกว่า เพราะการทำธุรกิจนั้นก็เหมือนกับการใช้ชีวิต ความสามารถในการปรับตัวเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

Add Comment