ครีมบำรุงหน้า เครื่องสำอางตามเทรนด์ 2019 คว้าโอกาสรายได้โต

ครีมบำรุงหน้า เครื่องสำอางตามเทรนด์ คว้าโอกาสรายได้โต

เครื่องสำอางตามเทรนด์ คว้าโอกาสรายได้โต ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอาง และครีมบำรุงหน้า ผิวพรรณ ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะชะงักลงภายในอนาคตอันใกล้ เพราะฉะนั้น ใครที่คิดจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเอง นี่คือโอกาสของคุณที่จะคว้ารายได้ก้อนโตจากการเป็นเจ้าของกิจการแบรนด์ครีม หากสามารถจับเทรนด์ของตลาดได้ก็มีโอกาสที่จะสร้างยอดขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเทรนด์ที่น่าสนใจในปี 2019 มาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักถึง7 เทรนด์มาแรงด้วยกันแล้ว ดังนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อเลย สร้างแบรนด์ วิตามินซี ยังไงให้ได้ความรู้และประโยชน์อย่างเต็มที่


1.แนวรักสุขภาพยังกระแสแรง

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์รักสุขภาพได้กลายเป็นเทรนด์กระแสหลักที่ก่อให้เกิดธุรกิจต่าง ๆ ขึ้นมารองรับมากมายไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ฟิตเนสและยิมออกกำลังกาย อาหารเสริม ตลอดจนเครื่องสำอางออแกนิกที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับอันตรายของสารเคมีตกค้างภายในร่างกายที่อาจนำไปสู่โรคภัยต่าง ๆ กันมากขึ้น ทำให้เครื่องสำอางที่สกัดจากสมุนไพรหรือดอกไม้ต่าง ๆ ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ด้วยเหตุนี้ เทรนด์เครื่องสำอางออแกนิกจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่สนใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเอง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่สกัดจากวัตถุดิบจากธรรมชาติชั้นดี ไม่ว่าราคาแพงเท่าไหร่ หากมีสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมและมีความปลอดภัยก็ย่อมมีฐานลูกค้าที่สนใจสินค้าประเภทนี้คอยอุดหนุน

2.สมุนไพรท้องถิ่นกับเครื่องสำอางที่ไม่เหมือนใคร

  • กระแสความนิยมในสมุนไพรทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องสำอางจำนวนไม่น้อยพยายามนำสมุนไพรไทยซึ่งมากสรรพคุณมาสกัดเป็นครีมทาหน้าและเครื่องสำอางประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะพิเศษสามารถหาได้จากที่ประเทศไทยเพียงที่เดียวเท่านั้น ความเฉพาะตัวนี่เองที่ทำให้เทรนด์เครื่องสำอางที่ผลิตจากสมุนไพรท้องถิ่นได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศซึ่งเห็นว่าสมุนไพรหลายชนิดมีคุณสมบัติสามารถผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมในราคาถูกได้ จึงนับว่าน่าสนใจ หากคุณต้องการเจาะตลาดต่างประเทศ การสร้างเครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ผลิตจากสมุนไพรท้องถิ่นก็เป็นหนึ่งในจุดขายที่ใช้ได้เลยทีเดียว

3.เครื่องสำอางที่ใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว

  • เครื่องสำอางในปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนผิวขาวอีกต่อไป แต่มีการดีไซน์เพื่อรองรับตลาดที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนผิวเฉดสีไหนก็สามารถใช้เครื่องสำอางแต่ละแบรนด์ได้โดยมีหลายรุ่นหลายประเภทให้เลือกสรรกันตามใจชอบ ดังนั้น หากคุณกำลังคิดจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือการใส่ใจในรายละเอียดว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร นิยมชมชอบเครื่องสำอางประเภทไหน โดยเฉพาะคนไทยที่เฉดสีผิวออกไปทางผิวสีน้ำผึ้ง คุณก็ควรที่จะออกแบบเครื่องสำอางให้สอดคล้องกับสภาพและเฉดสีผิวของกลุ่มเป้าหมายด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่อาจจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้มากทีเดียว

4.เครื่องสำอางต่อกรกับมลภาวะ

  • ไหนจะ PM2.5 ไหนจะควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ติดทุกวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ เทรนด์เครื่องสำอางประเภท Anti-pollution หรือเครื่องสำอางป้องกันมลพิษจึงกำลังมาแรง เนื่องจากผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ต้องเผชิญหน้ากับมลภาวะทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นควันพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ตลอดจนสารพิษที่มีแหล่งที่มาหลากหลาย ทำให้ต้องการเครื่องสำอางซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมความงามแล้ว ยังต้องสามารถป้องกันผิวพรรณจากมลพิษต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย และเชื่อได้เลยว่าในอนาคตเครื่องสำอางประเภทนี้จะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เพิ่มมากขึ้นจากภาวะโลกร้อน และปริมาณความแออัดที่เพิ่มมากขึ้นของสังคมเมือง ฉะนั้น ใครที่คิดสร้างแบรนด์เครื่องสำอางป้องกันมลพิษนับตั้งแต่ตอนนี้ ก็มีโอกาสที่แบรนด์ของคุณจะกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในอนาคตได้ไม่น้อยเช่นกัน

5.เทคโนโลยีผสมในเครื่องสำอาง

  • มีความเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT เข้ามาผสมผสานในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ทำให้ครีมทาหน้าหรือเครื่องประทินผิวมิได้มีเพียงวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสวยแต่เพียงประการเดียวอีกต่อไป หากยังสามารถเชื่อมต่อกับซอฟท์แวร์ที่ช่วยให้วิเคราะห์สุขภาพและผิวพรรณของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย อาทิ การใช้เซนเซอร์เชื่อมต่อกับผิวหนังเพื่อวัดรังสี UV ที่ตกกระทบผิวหนังในแต่ละช่วงเวลา โดยสามารถแสดงผลการวัดค่าผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้อาทิ สมาร์ทวอชหรือสมาร์ทโฟน เป็นต้น ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเชื่อมโยงเครื่องสำอางกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำให้คุณสามารถรับรู้ระดับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิวหนังว่าเครื่องสำอางที่ใช้ไปนั้นส่งผลกระทบอย่างไร ช่วยปรับให้ผิวเนียนนุ่มหรือกระจ่างใสมากขึ้นเพียงใด แม้ว่าปัจจุบันการประยุกต์ใช้ IoT กับเครื่องสำอางกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่เชื่อว่านี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่สักวันจะต้องกลายเป็นเทรนด์กระแสหลักในทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน

เครื่องสำอาง

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อเลย สร้างแบรนด์ อย่างไรให้ถูกพูดถึงและบอกต่อมากที่สุด

ใครที่คิดจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเอง ปี 2019 เป็นปีที่ดีสำหรับการเริ่มต้น เพราะปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี เพียงแค่คุณนำเทรนด์ที่เราได้แนะนำไปลองศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้กับแผนการสร้างแบรนด์ของคุณ ก็จะช่วยให้คุณสามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด สอดคล้องกับเทรนด์ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และสร้างยอดขายได้อย่างน่าประทับใจนั่นเอง

Add Comment