สร้างแบรนด์ครีม ไม่อยากหลุดเทรนด์ ต้องรู้! เทรนด์ความงาม 2019

สร้างแบรนด์ครีม ไม่อยากหลุดเทรนด์ ต้องรู้! เทรนด์ความงาม 2019

อยากประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจยุคนี้ ต้องรู้จักจับเทรนด์ให้เป็น โดยเฉพาะธุรกิจเครื่องสำอางหรืออุตสาหกรรมความงามที่แม้จะมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ที่สำคัญ เทรนด์ความงามยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เจ้าของแบรนด์ครีมและเครื่องสำอางจึงจำเป็นต้องพร้อมปรับตัวเสมอ ซึ่ง เทรนด์ความงาม 2019 ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทรนด์ความสวยความงาม ดังนั้น เจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่กำลังจะคิดสร้างแบรนด์ ห้ามพลาดคำแนะนำดังที่เรากำลังนำเสนอดังต่อไปนี้กันอย่างเด็ดขาด เป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านเลย สร้างแบรนด์ครีม ด้วย 5 สารสกัดมาแรงก่อนใคร ตอบโจทย์ได้ทุกงานผิว 

เทรนด์ความงาม 2019

5 เทรนด์ความงาม 2019 ที่เหล่าผู้ประกอบการต้องรู้

เทรนด์ความงามในปีนี้ยังคงได้รับอิทธิพลจากวงการแฟชั่นทั่วโลก ตลอดจนโซเชียลมีเดียที่มี Influencer มากมายเข้ามามีส่วนในการกำหนดทิศทางของเทรนด์ความงาม ซึ่งในบทความนี้เราได้รวบรวมมาทั้งหมด 5 เทรนด์ด้วยกัน ซึ่งเชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของแบรนด์ครีมทุกคนที่กำลังมองว่าช่องทางในการเพิ่มยอดขาย และออกแบบสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงไปตรงมานั่นเอง

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านเลย เครื่องสำอาง เอาส่วนผสมต่างๆ มาจากไหนกันนะ

1.เพิ่มพลังให้กับผิว สร้างสุขภาพผิวที่ยั่งยืน

  • หนึ่งในเทรนด์ธุรกิจที่สำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือ เทรนด์ออกกำลังกาย ผู้คนทั่วโลกหันมาดูแลเอาใจใส่ตนเองด้วยการเข้าฟิตเนส และเล่นกีฬากันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายเป็นการขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ผิวพรรณงดงาม เต่งตึง และกระจ่างใส ด้วยเหตุนี้ เทรนด์เครื่องสำอางในปี 2019 จึงมุ่งเน้นไปที่ครีมหรือผลิตภัณฑ์ประทินผิวที่สามารถเพิ่มพลังให้กับผิวพรรณได้ เหมาะแก่การทำงานหรือออกกำลังกายแบบสมบุกสมบัน รองรับไลฟ์สไตล์ในสภาพอากาศหลากหลายรูปแบบ ไม่เหนียวเหนอะหนะในอากาศร้อน และสามารถรักษาสมดุลของน้ำภายใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ขจัดความอ่อนล้า และไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองเมื่อทำปฏิกิริยากับเหงื่อหรือแสงแดด ด้วยเหตุนี้ เทรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบเพิ่มพลังผิว (energy-boosting) จึงกำลังมาแรง และคาดว่าน่าจะเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต สอดรับกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังขยายไปทั่วทุกมุมโลก

2.เครื่องสำอางแบบ Dry

  • นอกจากน้ำจะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าแล้ว น้ำยังเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานอีกด้วย ครีมที่มีน้ำมากมักจะหมดอายุเร็ว ดังนั้น แบรนด์เครื่องสำอางจำนวนไม่น้อยจึงพยายามดีไซน์ครีมและเครื่องสำอางแบบ Dry หรือสูตรใช้น้ำน้อยนั่นเอง ซึ่งครีมลักษณะดังกล่าวนอกจากจะมีอายุการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ขั้นตอนและกระบวนการผลิตยังใช้ทรัพยากรน้ำน้อยลงอีกด้วย ส่งผลให้ช่วยลดต้นทุน และสิ้นเปลืองน้ำน้อยลง โดยปัจจุบันหลายแบรนด์ได้เริ่มผลิตเครื่องสำอางแบบ Dry ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ครีมอย่างเดียวเท่านั้น หากยังรวมถึงแชมพูแบบ Dry ที่ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำ หรือที่กำลังนิยมกันในต่างประเทศอย่างยาสีฟันแห้งที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในการแปรงฟัน เป็นต้น

สร้างแบรนด์ครีม ไม่อยากหลุดเทรนด์

3.เครื่องสำอางออร์แกนิกยังแรง

  • เทรนด์รักสุขภาพมาพร้อมกับการหลีกเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมี แม้ว่าปัจจุบันเครื่องสำอางออร์แกนิกจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในวงจำกัด แต่ก็มีแนวโน้มที่ตลาดเครื่องสำอางที่มีกระบวนการผลิตเป็นธรรมชาติจะเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากมีปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งปัญหาโลกร้อน ปัญหาสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคร้าย และปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ทำให้หลายคนหันมาสนับสนุนแบรนด์เครื่องสำอางที่มีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ไม่สร้างมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถใช้งานได้กับสภาพผิวที่หลากหลาย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสารพิษตกค้างหรือสั่งสมในร่างกายจนลุกลามกลายเป็นโรคร้าย ทั้งนี้ เจ้าของแบรนด์อาจเริ่มต้นผลิตสินค้าออร์แกนิกมาเป็นตัวเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคก่อน เพื่อเก็บข้อมูลผลตอบรับและนำไปปรับปรุงต่อไป แต่เชื่อว่าเทรนด์เครื่องสำอางออร์แกนิกเป็นเทรนด์แห่งอนาคตอย่างแน่นอน

4.Influencing Marketing จะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด

  • แพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นตลาดที่มีการหมุนเวียนของสินค้าและกระแสเงินตลอดเวลา ทำให้แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram, Twitter และ YouTube ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า การลงโฆษณากับ Google Ads หรือ Facebook Ads เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการติดต่อบรรดา Influencers ในโลกออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น YouTubers หรือเน็ตไอดอลต่าง ๆ ให้ช่วยโฆษณาหรือรีวิวสินค้าให้นั้นเป็นหนึ่งในวิธีการเพิ่มยอดขายที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จมากในปัจจุบัน เนื่องจาก Influencers เหล่านี้มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก และมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคค่อนข้างสูง การสื่อสารผ่าน Influencers ไปยังกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์จึงได้ผลมากกว่าการโฆษณาโดยตรง เทรนด์ Influencer marketing แม้ว่าหลายคนมองว่าจะอยู่ไม่นาน กำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดที่รุ่งเรืองสูงสุด และหากแบรนด์ไหนตามไม่ทัน ก็เปรียบได้กับการตกรถไฟขบวนสุดท้ายนั่นเอง

เทรนความงาม

5.เครื่องสำอางสำหรับเด็ก มาแน่นอน

  • เด็กเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่มาก และปัจจุบันเด็กผู้หญิงก็เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสำหรับกิจกรรมในโรงเรียน การประกวดต่างๆ เนื่องจากผิวหนังของเด็กนั้นมีความบอบบาง จำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางที่มีความละมุน อ่อนโยนกับผิวเด็กเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ความงามที่ทำขึ้นมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะมีความต้องการมากยิ่งขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางประเภทลิปสติก แป้งพัฟ โลชั่น ตลอดจนมาสคารา, อายแชโดว์, และอายไลเนอร์ ซึ่งหากเจ้าของแบรนด์สามารถจับจุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองโดยพุ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) แล้วล่ะก็ นอกจากจะยังมีคู่แข่งไม่มาก ก็ยังสามารถใช้เทรนด์ดังกล่าวในการผลักดันแบรนด์ของตนให้เป็นที่รู้จักในวงการได้อีกด้วย

เทรนด์ครีมและเครื่องสำอางในปี 2019 ที่เราได้นำข้อมูลมาแนะนำข้างต้น เชื่อว่าน่าจะพอเป็นข้อมูลสำหรับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่อยากมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเองได้ไม่มากก็น้อย และจะเห็นได้ว่าโอกาสนั้นมีอยู่ทุกหนแห่งขึ้นอยู่ว่าใครจะสามารถจับเทรนด์ของตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน ที่สำคัญเนื่องจากเทรนด์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น เจ้าของธุรกิจก็ต้องพร้อมที่จะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอด้วยเช่นเดียวกัน

Add Comment